แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mobile แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mobile แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เข้าใกล้โทรศัพท์มือถือ...ก็อยากราข้อนะแต่ว่าจะทำอย่างไรดี..?

     ผู้คนยุคนี้ค่อนข้างดราฟท์มือถือทุกๆ 5 หรือ 10 นาที โดยไม่รู้ตัว ไม่ก็คุมตัวเองไม่ให้ทำแบบนั้นได้แสนเข็ญ โดยที่เราไม่รู้สึกตัวเองเลยว่าเริ่มมีท่าทางแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร กลับรู้ตัวอีกทีเราก็เอาแต่รูดหน้าจอเกือบทุกเวลา
     หลายๆ คนอาจจักรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร เพราะว่ามันทำให้เราไม่สามารถโฟกัสกับเรื่องที่เด่นได้นานๆ พร้อมกับศักยตามมาด้วยความเครียด
     Frances Booth ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการใช้ชีวีในระยะเวลาดิจิทัล เจาะจงว่ามีหลายๆ ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เรานฤมิตสันดานติดการเช็คมือถือบ่อยๆ ขึ้นมา เป็นต้นว่า ความกลัวที่จักพลาดข่าวสาร ตามโลกไม่ทันการ ซึ่งเป็นท่วงทีที่ฝรั่งเรียกกันว่า Fear of Missing Out (FOMO) ซึ่งเป็นความคิดหวังพร้อมทั้งความบีบที่เราปลูกขึ้นมาเอง จนกลายเป็นว่าเราต้องตั๋วแลกเงินที่จับโดยอัตโนมัติ
     สันดานแบบนี้ก็ซ้ำกับลักษณะพิเศษอื่นๆ เมื่อปลูกสร้างขึ้นมาได้ก็ย่อมทำให้หมดไปได้ ซึ่งต้องจัดการกับสมองของเราเอง ตัดความเชื่อมระหว่างสติปัญญาพร้อมกับการชำระคืนอินเทอร์เน็ตออกจากกัน
     คำถามคือ แล้วไปต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าที่เราจะสร้างสรรค์นิสัยใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมขึ้นมาได้ คำตอบคือมันต้องอาศัยความต่อเนื่องของนิสัยใหม่ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน พร้อมด้วยมันกลายเป็นสันดานประจำตัวที่ขึ้นมาผลัดเปลี่ยน
     จากงานศึกษาวิจัยที่สัมพันธน์ เจาะจงว่าจะต้องใช้ยุคสมัย 66 วันในการสร้างสันดานใหม่ๆ เสียแต่ว่ามันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย พร้อมกับหลายๆ สถานการณ์ แต่โดยเฉลี่ยแล้วก็คือ 66 วัน
     นักวิจัยบอกว่าการทำลายนิสัยเดิมๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะมีความต้องการอย่างแรงกล้าขนาดไหน และถ้าคุณยิ่งไม่แน่ใจว่าจะทำมันได้หรือเปล่า คุณก็ยิ่งอยู่ห่างไกลจากคำว่า สำเร็จ มากขึ้นไปอีก
     อย่างนั้นอย่าได้แปลกใจที่ต้องมีเคล็ดลับมากขึ้นอีกนิดหากอยากจะเลิกพฤติกรรมเช็คมือถือตลอดเวลา สิ่งที่ต้องมีก็คือ ความมั่นใจ ว่าคุณอยากจะเลิกพฤติกรรมนี้จริงๆ
     งานวิจัยอีกงานระบุว่า เมื่อเทียบกับปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ แล้ว สื่อ คือแรงกระตุ้นที่ปฏิเสธได้ยากกว่า ไม่น่าแปลกใจที่มันจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอีกนิด และทำให้มันค่อยเป็นค่อยไป
นี่คือขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณควรทำ หากอยากเลิกนิสัยติดมือถือ
     -เริ่มต้นด้วยการวัดผล เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าจริงๆ แล้วคุณเช็คมือถือบ่อยแค่ไหน แพลทฟอร์มอะไรที่คุณใช้มากที่สุด และนับเป็นรายชั่วโมง ลองจดบันทึกสิ่งเหล่านี้ แล้วสรุปออกมาว่าในแต่ละวันคุณหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยแค่ไหน
     -ลองตั้งค่าการใช้งานโซเชียลมีเดียและอีเมลให้ต้องกรอก Username และ Password ทุกครั้งที่เข้าใช้งาน เพื่อไม่ให้คุณเข้าถึงมันได้ง่ายๆ แบบอัตโนมัติทุกครั้ง
     -ลองสังเกตดูว่าคุณพิมพ์รหัสผ่านได้เร็วแค่ไหน แล้วพยายามทำให้มันช้าลง ทำอย่างมีสติและรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณอยากจะ Log in จริงๆ ไม่ใช่ทำไปเพราะความเคยชิน
     -หยุดคิด 1 จังหวะเมื่ออยากจะ Log in เช่น ก่อนที่นิ้วมือของคุณแตะลงไปบนไอค่อน หรือก่อนที่มือของคุณจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา อย่างน้อยก็คิดดีๆ ว่าจำเป็นที่จะต้องทำตอนนี้ เดี๋ยวนี้ จริงเหรือเปล่า
     -สำหรับคนที่อยากใช้วิธีหักดิบ ลองวางมือถือทิ้งไว้ให้ไกลๆ ตัว หรือวางไว้ในลิ้นชักหรือห้องอื่นๆ ที่คุณไม่ได้อยู่เป็นประจำ
     การสร้างนิสัยใหม่ต้องใช้พลังใจมากพอสมควร แต่มันจะกลายเป็นอุปนิสัยใหม่ๆ ได้ในที่สุด โดยที่คุณจะทำมันได้ทันทีแบบไม่ต้องคิด เหมือนๆ กับที่ตอนนี้คุณเช็คมือถือโดยไม่ต้องคิด
     ที่สำคัญที่สุดคือ การตัดนิสัยเช็คมือถือบ่อยๆ โดยไม่จำเป็นออกไป จะทำให้คุณสร้างผลงานดีๆ ได้อีกมาก และใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลยิ่งขึ้น
     นอกจากนี้ โดยส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่า ทุกวันนี้เราสนใจเรื่องของคนอื่นมากเกินไป จนโฟกัสกับตัวเองน้อยลง และพัฒนาตัวเองได้อย่างเชื่องช้า การตัดขาดโลกออนไลน์ซะบ้างน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตมากกว่า

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บริการเรี่ยม AIS Mobile Care คุ้มครองเครื่อง...สนใจเจ้า

บริการใหม่ AIS Mobile Care ดูแลเครื่อง...ดูแลคุณ ฟินนนน..!!
บริการใหม่เอาใจคนรักมือถือด้วยบริการเปลี่ยนเครื่อง หรือไม่ก็ รับเครื่องทดแทน สูงสุด 2 ครั้ง / 12 เดือน เพราะว่าลูกค้า AIS ที่ซื้อมือถือเครื่องใหม่จาก AIS  กับอัตราค่าบริการสุดคุ้มเปิดผนังต้นแค่ 39 บาท/เดือน แถมฟรี 4 เดือนแรก!! เพราะมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ร่วมรายการ ถึงวันที่ 31 ธ.ค. นี้ เท่านั้น
http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392853/untitled-2.jpg
แล้ว AIS Mobile Care ดูแลเรายังไงได้บ้าง??
สิ่งที่จะได้จากบริการนี้คือ
  • Swap บริการเปลี่ยนเครื่องมือถือ พอมือถือคุณมีปัญหา อันนี้ต้องมีเครื่องเดิมไม่ใช่หรือซากมาเปลี่ยนด้วยนะ (ไม่รวม แบตเตอรี่พร้อมทั้ง Accessory เฉพาะเครื่องอย่างเดียว)
  • Replacement การรับเครื่องทดแทน เพราะจักได้เป็นเครื่องรุ่นเดิม spec เดิม ยี่ห้อเดิม สีเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด ยกเว้นว่ารุ่นนั้นจักหยุดการผลิตไปแล้ว หรือไม่ไม่มีใน stock แล้ว จักเปลี่ยนเป็นเครื่องรุ่นที่ดีกว่าให้แทน (อันนี้ดีมากๆ)
http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392853/untitled-3.jpg
ความเจ๋งยิ่งไปกว่านั้นของบริการนี้ก็คือ AIS Mobile Care เขารับเคลมหมด ครอบคลุมทุกกรณี ไม่ว่าจักทำเครื่องหล่น เป็นรอย หน้อจอแตก ตกน้ำ ใดๆอะไรก็ตามที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเราเอง หรือไม่มือถือโดนขโมย โดนล้วงกระเป๋า ทำหาย ตกบนแทกซี่.... ตามแพ็กเกจที่เลือก
ซึ่งจักแตกต่างกับการรับประกันเครื่องจากแบรนด์มือถือ ที่จักรับประกันเฉพาะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการผลิตเท่านั้น เรียกได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มกับ AIS Mobile Care
อย่างที่หมายว่าเขารับเคลมครอบคลุมทุกกรณี ทำให้ง่าย  สะดวก  ทันใจ เงื่อนไขไม่จุกจิก พร้อมทั้งสามารถจัดส่งมือถือให้ถึงมือคุณได้ภายใน 6 ชม. เท่านั้น (เฉพาะเขตกรุงเทพฯ กับปริมณฑล ต่างจังหวัดขึ้นอยู่กับระยะทาง)
แถมยังมีระบบ Data Protection เป็นได้ lock/ ลบข้อมูลในเครื่องทาง online ได้ (มี App support) ไม่ก็ back up ข้อมูลได้อีกด้วย Link: https://mobilecare.ais.co.th/core/jebber/next/gen/index_th.html
http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392853/untitled-4.jpg
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม อัตราค่าบริการของแต่ละรุ่นหรือว่าปรารถนาสมัครหาข้อมูลได้ที่ไหนบ้าง??
>> ตามนี้เลย http://www.ais.co.th/mobilecare  
http://www.ais.co.th/mobilecare/images/index/logo_mobilecare.png
ปล. สมมุติซื้อ iPhone 6 พร้อมทั้ง iPhone 6 Plus ในช่วงนี้ถึง 31 ธ.ค. 57 ฟรีค่าบริการรายเดือน เดือนละ 99 บาท นาน 4 เดือน อีกด้วย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Shop AIS พร้อมกับ Telewiz ทุกสาขา

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

5 กลยุทธ์เขียมแบตเตอรี่แบบเร่งด่วนบน Android

5 กลยุทธ์เขม็ดแขม่แบตเตอรี่แบบรีบด่วนบน Android
     เชื่อว่าหลายคนที่ใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ต้องเคยตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่แบตเตอรี่เหลือเลื่องประจุอยู่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แถมยังต้องเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้เพื่อรอสายสำคัญ แล้วคุณยังลืมพกแบตเตอรี่สำรองติดตัวมาอีก จะทำอย่างไรล่ะทีนี้? เรามี 5 วิธีง่ายๆเหตุด้วยยืดอายุการใช้งานแบบฉุกเฉินบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์มาฝากครับ
1. ปิดสนธิสัญญาณอินเตอร์เน็ต
     ตัวการสำคัญที่ทำให้สมาร์ทโฟนในปัจจุบันกินแบตฯอย่างมหาศาล อันเนื่องมาจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเครือข่าย 3G ตลอดเวลานั่นเอง
     ซึ่งสมมตคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมด แล้วไม่อาจจักหาที่ชาร์จแบตได้ ก็ให้ปิดการเชื่อมต่อ Data ไปเสียเลย วิธีนี้จักช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพื่อให้มีเวลาสแตนบายเพิ่มขึ้นอีกมาก
     แต่สมมติคุณจำเป็นต้องใช้แอพพลิเคชั่นฝ่ายส่งข้อความอย่าง WeChat เหรอไลน์ ที่ใช้ปริมาณ Data ไม่มากแล้วล่ะก็ คุณเชี่ยวชาญเร่ำลือกใช้การเชื่อมต่อแบบ 2G แทน ซึ่งกินไฟน้อยกว่าแบบ 3G มาก
2. ปรับความสว่างหน้าจอลง
     ความสว่างของหน้าจอเป็นอีกหนึ่งตัวการกินแบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟน ยิ่งหน้าจอโทรศัพท์ใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ การกินไฟก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น
     สมมติว่าตกอยู่ในกรณีฉุกเฉิน คุณทำได้ปรับความสว่างหน้าจอให้น้อยที่สุด เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้มากที่สุด แต่วิธีก็จักทำให้มองหน้าจอได้ลำบากขึ้นด้วยโดยเฉพาะเวลาอยู่ในที่กลางแจ้ง
3. ปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi พร้อมด้วย Bluetooth
     หลายคนมักเปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi ใช่ไหม Bluetooth ทิ้งเอาไว้ เพื่อความสะดวกเวลาเข้าไปยังสถานที่ที่เชื่อมต่ออยู่เป็นประจำ เช่น ในบ้าน, ที่ทำงาน หรือ บนรถ เป็นต้น
     แต่สมมุติอยู่ในสถานที่ที่ไม่เคยเชื่อมต่ออนุสัญญาณไวไฟ โทรศัพท์ก็จักพยายามสแกนเพื่อหาหนังสือสัญญาณอยู่ตลอดเวลา เป็นตัวการของการสูบแบตฯเพราะไม่รู้ตัว ทางที่ดีถ้าต้องการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ก็ให้ปิดการเชื่อมต่อหนังสือสัญญาณ Wi-Fi ด้วยกัน Bluetooth ไปเลยจักดีที่สุด
4. Kill การทำงานทุกแอพพลิเคชั่น
     ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้น ทำเป็นเปิดแอพพลิเคชั่นหลายตัวไปพร้อมๆกันได้ เพราะที่แต่ละแอพฯยังคงทำงานแบบ Background อยู่
     ซึ่งอาจทำให้เปละบืองแบตเตอรี่เพราะว่าไม่จำเป็น ด้วยเหตุว่า CPU ยังคงทำงานเพื่อประมวลผลแอพฯเหล่านั้นเพราะว่าไม่จำเป็น ทางที่ดีคุณควร Kill แอพพลิเคชั่นเหล่านั้นทิ้งไปก่อน ใช่ไหมแม้ไม่แน่ใจก็อาจใช้คำสั่ง 'Force Stop' เพราะว่าเข้าไปที่ 'Settings' แล้วตามด้วย 'Apps' จากนั้นจึงเลือกระฉ่อนกหยุดการทำงานของแอพฯที่ต้องการได้เลย
5. ปิดฟังก์ชั่นที่ต้องใช้เซ็นเซอร์ตลอดเวลา
     สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์บางรุ่น อาจมีฟังก์ชั่นสัมผัสหน้าจอเพื่อเปิดเครื่อง หรือไม่ ฟังก์ชั่นพันธุ์ลากมือข้ามหน้าจอเพื่อเปิดดูนาฬิกาเป็นต้น
     ซึ่งฟังก์ชั่นเหล่านี้จะทำให้เซ็นเซอร์มีการทำงานตลอดเวลาแม้ในขณะปิดเครื่อง ส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ขณะนั้น ทางที่ดีควรปิดฟังก์ชั่นเหล่านี้ไปก่อนถ้าหากมีความจำเป็นต้องยืดอายุแบตเตอรี่ในยามฉุกเฉิน
     เท่าเท่านี้ คุณก็จักมีเวลาสแตนบายเพิ่มขึ้น ให้กับสายโทรศัพท์สำคัญๆที่คุณกำลังรออยู่ในเวลาฉุกเฉินได้แล้วล่ะครับ