แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ smartphone แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ smartphone แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เข้าใกล้โทรศัพท์มือถือ...ก็อยากราข้อนะแต่ว่าจะทำอย่างไรดี..?

     ผู้คนยุคนี้ค่อนข้างดราฟท์มือถือทุกๆ 5 หรือ 10 นาที โดยไม่รู้ตัว ไม่ก็คุมตัวเองไม่ให้ทำแบบนั้นได้แสนเข็ญ โดยที่เราไม่รู้สึกตัวเองเลยว่าเริ่มมีท่าทางแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร กลับรู้ตัวอีกทีเราก็เอาแต่รูดหน้าจอเกือบทุกเวลา
     หลายๆ คนอาจจักรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร เพราะว่ามันทำให้เราไม่สามารถโฟกัสกับเรื่องที่เด่นได้นานๆ พร้อมกับศักยตามมาด้วยความเครียด
     Frances Booth ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการใช้ชีวีในระยะเวลาดิจิทัล เจาะจงว่ามีหลายๆ ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เรานฤมิตสันดานติดการเช็คมือถือบ่อยๆ ขึ้นมา เป็นต้นว่า ความกลัวที่จักพลาดข่าวสาร ตามโลกไม่ทันการ ซึ่งเป็นท่วงทีที่ฝรั่งเรียกกันว่า Fear of Missing Out (FOMO) ซึ่งเป็นความคิดหวังพร้อมทั้งความบีบที่เราปลูกขึ้นมาเอง จนกลายเป็นว่าเราต้องตั๋วแลกเงินที่จับโดยอัตโนมัติ
     สันดานแบบนี้ก็ซ้ำกับลักษณะพิเศษอื่นๆ เมื่อปลูกสร้างขึ้นมาได้ก็ย่อมทำให้หมดไปได้ ซึ่งต้องจัดการกับสมองของเราเอง ตัดความเชื่อมระหว่างสติปัญญาพร้อมกับการชำระคืนอินเทอร์เน็ตออกจากกัน
     คำถามคือ แล้วไปต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าที่เราจะสร้างสรรค์นิสัยใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมขึ้นมาได้ คำตอบคือมันต้องอาศัยความต่อเนื่องของนิสัยใหม่ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน พร้อมด้วยมันกลายเป็นสันดานประจำตัวที่ขึ้นมาผลัดเปลี่ยน
     จากงานศึกษาวิจัยที่สัมพันธน์ เจาะจงว่าจะต้องใช้ยุคสมัย 66 วันในการสร้างสันดานใหม่ๆ เสียแต่ว่ามันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย พร้อมกับหลายๆ สถานการณ์ แต่โดยเฉลี่ยแล้วก็คือ 66 วัน
     นักวิจัยบอกว่าการทำลายนิสัยเดิมๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะมีความต้องการอย่างแรงกล้าขนาดไหน และถ้าคุณยิ่งไม่แน่ใจว่าจะทำมันได้หรือเปล่า คุณก็ยิ่งอยู่ห่างไกลจากคำว่า สำเร็จ มากขึ้นไปอีก
     อย่างนั้นอย่าได้แปลกใจที่ต้องมีเคล็ดลับมากขึ้นอีกนิดหากอยากจะเลิกพฤติกรรมเช็คมือถือตลอดเวลา สิ่งที่ต้องมีก็คือ ความมั่นใจ ว่าคุณอยากจะเลิกพฤติกรรมนี้จริงๆ
     งานวิจัยอีกงานระบุว่า เมื่อเทียบกับปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ แล้ว สื่อ คือแรงกระตุ้นที่ปฏิเสธได้ยากกว่า ไม่น่าแปลกใจที่มันจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอีกนิด และทำให้มันค่อยเป็นค่อยไป
นี่คือขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณควรทำ หากอยากเลิกนิสัยติดมือถือ
     -เริ่มต้นด้วยการวัดผล เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าจริงๆ แล้วคุณเช็คมือถือบ่อยแค่ไหน แพลทฟอร์มอะไรที่คุณใช้มากที่สุด และนับเป็นรายชั่วโมง ลองจดบันทึกสิ่งเหล่านี้ แล้วสรุปออกมาว่าในแต่ละวันคุณหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยแค่ไหน
     -ลองตั้งค่าการใช้งานโซเชียลมีเดียและอีเมลให้ต้องกรอก Username และ Password ทุกครั้งที่เข้าใช้งาน เพื่อไม่ให้คุณเข้าถึงมันได้ง่ายๆ แบบอัตโนมัติทุกครั้ง
     -ลองสังเกตดูว่าคุณพิมพ์รหัสผ่านได้เร็วแค่ไหน แล้วพยายามทำให้มันช้าลง ทำอย่างมีสติและรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณอยากจะ Log in จริงๆ ไม่ใช่ทำไปเพราะความเคยชิน
     -หยุดคิด 1 จังหวะเมื่ออยากจะ Log in เช่น ก่อนที่นิ้วมือของคุณแตะลงไปบนไอค่อน หรือก่อนที่มือของคุณจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา อย่างน้อยก็คิดดีๆ ว่าจำเป็นที่จะต้องทำตอนนี้ เดี๋ยวนี้ จริงเหรือเปล่า
     -สำหรับคนที่อยากใช้วิธีหักดิบ ลองวางมือถือทิ้งไว้ให้ไกลๆ ตัว หรือวางไว้ในลิ้นชักหรือห้องอื่นๆ ที่คุณไม่ได้อยู่เป็นประจำ
     การสร้างนิสัยใหม่ต้องใช้พลังใจมากพอสมควร แต่มันจะกลายเป็นอุปนิสัยใหม่ๆ ได้ในที่สุด โดยที่คุณจะทำมันได้ทันทีแบบไม่ต้องคิด เหมือนๆ กับที่ตอนนี้คุณเช็คมือถือโดยไม่ต้องคิด
     ที่สำคัญที่สุดคือ การตัดนิสัยเช็คมือถือบ่อยๆ โดยไม่จำเป็นออกไป จะทำให้คุณสร้างผลงานดีๆ ได้อีกมาก และใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลยิ่งขึ้น
     นอกจากนี้ โดยส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่า ทุกวันนี้เราสนใจเรื่องของคนอื่นมากเกินไป จนโฟกัสกับตัวเองน้อยลง และพัฒนาตัวเองได้อย่างเชื่องช้า การตัดขาดโลกออนไลน์ซะบ้างน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตมากกว่า

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บริการเรี่ยม AIS Mobile Care คุ้มครองเครื่อง...สนใจเจ้า

บริการใหม่ AIS Mobile Care ดูแลเครื่อง...ดูแลคุณ ฟินนนน..!!
บริการใหม่เอาใจคนรักมือถือด้วยบริการเปลี่ยนเครื่อง หรือไม่ก็ รับเครื่องทดแทน สูงสุด 2 ครั้ง / 12 เดือน เพราะว่าลูกค้า AIS ที่ซื้อมือถือเครื่องใหม่จาก AIS  กับอัตราค่าบริการสุดคุ้มเปิดผนังต้นแค่ 39 บาท/เดือน แถมฟรี 4 เดือนแรก!! เพราะมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ร่วมรายการ ถึงวันที่ 31 ธ.ค. นี้ เท่านั้น
http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392853/untitled-2.jpg
แล้ว AIS Mobile Care ดูแลเรายังไงได้บ้าง??
สิ่งที่จะได้จากบริการนี้คือ
  • Swap บริการเปลี่ยนเครื่องมือถือ พอมือถือคุณมีปัญหา อันนี้ต้องมีเครื่องเดิมไม่ใช่หรือซากมาเปลี่ยนด้วยนะ (ไม่รวม แบตเตอรี่พร้อมทั้ง Accessory เฉพาะเครื่องอย่างเดียว)
  • Replacement การรับเครื่องทดแทน เพราะจักได้เป็นเครื่องรุ่นเดิม spec เดิม ยี่ห้อเดิม สีเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด ยกเว้นว่ารุ่นนั้นจักหยุดการผลิตไปแล้ว หรือไม่ไม่มีใน stock แล้ว จักเปลี่ยนเป็นเครื่องรุ่นที่ดีกว่าให้แทน (อันนี้ดีมากๆ)
http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392853/untitled-3.jpg
ความเจ๋งยิ่งไปกว่านั้นของบริการนี้ก็คือ AIS Mobile Care เขารับเคลมหมด ครอบคลุมทุกกรณี ไม่ว่าจักทำเครื่องหล่น เป็นรอย หน้อจอแตก ตกน้ำ ใดๆอะไรก็ตามที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเราเอง หรือไม่มือถือโดนขโมย โดนล้วงกระเป๋า ทำหาย ตกบนแทกซี่.... ตามแพ็กเกจที่เลือก
ซึ่งจักแตกต่างกับการรับประกันเครื่องจากแบรนด์มือถือ ที่จักรับประกันเฉพาะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการผลิตเท่านั้น เรียกได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มกับ AIS Mobile Care
อย่างที่หมายว่าเขารับเคลมครอบคลุมทุกกรณี ทำให้ง่าย  สะดวก  ทันใจ เงื่อนไขไม่จุกจิก พร้อมทั้งสามารถจัดส่งมือถือให้ถึงมือคุณได้ภายใน 6 ชม. เท่านั้น (เฉพาะเขตกรุงเทพฯ กับปริมณฑล ต่างจังหวัดขึ้นอยู่กับระยะทาง)
แถมยังมีระบบ Data Protection เป็นได้ lock/ ลบข้อมูลในเครื่องทาง online ได้ (มี App support) ไม่ก็ back up ข้อมูลได้อีกด้วย Link: https://mobilecare.ais.co.th/core/jebber/next/gen/index_th.html
http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1392853/untitled-4.jpg
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม อัตราค่าบริการของแต่ละรุ่นหรือว่าปรารถนาสมัครหาข้อมูลได้ที่ไหนบ้าง??
>> ตามนี้เลย http://www.ais.co.th/mobilecare  
http://www.ais.co.th/mobilecare/images/index/logo_mobilecare.png
ปล. สมมุติซื้อ iPhone 6 พร้อมทั้ง iPhone 6 Plus ในช่วงนี้ถึง 31 ธ.ค. 57 ฟรีค่าบริการรายเดือน เดือนละ 99 บาท นาน 4 เดือน อีกด้วย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Shop AIS พร้อมกับ Telewiz ทุกสาขา

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ช้อปของออนไลน์เวลาเทศกาลต่างๆคนไทยขึ้นครองแชมป์ ซื้อเร็วมากที่สุด



จากรายงานคาดการณ์เกี่ยวกับการซื้อสินค้าช่วงเทศกาลประจำปี 2557 ของ Adobe Digital Index ซึ่งสำรวจตรวจสอบธุรกรรมต่างๆหลายพันล้านรายการของทั่วทุกมุมโลก เปิดเปิดเผยว่าผู้บริโภคในประเทศไทยชื่นชอบการซื้อสินค้าทางออนไลน์ เพราะว่าเป็นผลมาจากการใช้งานอุปกรณ์พกพาต่างก็ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเฉพาะอย่างยิ่งมือถือสมาร์ทโฟน ซึ่งจะกลายเป็นแพล็ตฟอร์มของการช้อปปิ้งแห่งใหม่



a การซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วงเทศกาลของประเทศไทยนั้นเติบโตที่อัตรา 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพราะว่า Adobe Digital Index คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงจะคิดเป็นสัดส่วนเกือบๆ 20% ของยอดขายของออนไลน์ตลอดทั้งปี ใกล้เคียงกับอัตราของการเติบโตของประเทศจีน และแซงหน้าประเทศอื่นๆ อย่างเช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย รัสเซีย ด้วยกันบราซิล

ขณะที่การซื้อสินค้าออนไลน์นั้นได้กลายเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในทั่วทุกประเทศ บรรดานักช้อปเปิดที่บังตาขยายขอบเขตจากการดูและซื้อสินค้าทะลุทางคอมพิวเตอร์ไปสู่ อุปกรณ์พกพา กันมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสะดวกในการใช้เครื่องมือชำระเงินข้ามในทางอุปกรณ์พกพา เช่น Apple Pay ด้วยกัน PayPal

แท็บเล็ต ก็ยังคงได้ครองสัดส่วนมากที่สุดเพราะว่าการซื้อสินค้าพ้นอุปกรณ์พกพา โดยทางผู้บริโภคชาวไทยคาดหวังที่จะใช้แท็บเล็ตในการหาซื้อสินค้าต่างๆมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ เพราะนิวซีแลนด์ตามมาเป็นอันดับที่สอง

อย่างไรก็ดี สมาร์ทโฟนกำลังตามมาอย่างติดๆ อย่างรวดเร็ว ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและโปรค่าโทรที่ดีกว่า รวมไปถึงจุดเชื่อมต่อ WiFi ที่มีมากขึ้น นักช้อปจึงมองว่าโทรศัพท์มือถือคือช่องทางที่ดีและสะดวกสบายเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า โดยปัจจุบัน เกือบ 8% ของการซื้อสินค้าออนไลน์ทั้งหมดดำเนินการข้ามสมาร์ทโฟน

สตีเฟ่น ฮามิล กรรมการผู้จัดการของอะโดบีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ค้าปลีกต้องมีหน้าร้านแบบดิจิตอล (Digital Storefront) ที่ดึงดูดใจพร้อมด้วยใช้งานง่าย

ในตอนก่อนหน้านี้ในประเทศไทยมีระดับการใช้จ่ายสินค้าทางออนไลน์ต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แต่ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกับอย่างต่อเนื่อง ฮามิลกล่าว

ในทุกๆวันนี้ เราจักอาจจะเชื่อมต่อและซื้อสินค้าทุกชนิดทุกที่ทุกเวลาได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นไป เพราะว่าหน้าจอโทรศัพท์มือถือมีขนาดใหญ่ขึ้น อินเทอร์เฟซใช้งานง่ายขึ้น พร้อมด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลบนอุปกรณ์โมบายล์ได้รับการปรับปรุงกันอย่างต่อเนื่อง ผู้ค้าปลีกจักต้องก้าวให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภค เพราะจะต้องครอบคลุมอุปกรณ์พกพาที่หลากหลายชนิด

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393045

ติดตามข่าวสารไอที คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค รุ่นใหม่สนนราคาประหยัด แนะนำวิธีการใช้งานพร้อมด้วยการแก้ปัญหาได้ที่ : http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

5 กลยุทธ์เขียมแบตเตอรี่แบบเร่งด่วนบน Android

5 กลยุทธ์เขม็ดแขม่แบตเตอรี่แบบรีบด่วนบน Android
     เชื่อว่าหลายคนที่ใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ต้องเคยตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่แบตเตอรี่เหลือเลื่องประจุอยู่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แถมยังต้องเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้เพื่อรอสายสำคัญ แล้วคุณยังลืมพกแบตเตอรี่สำรองติดตัวมาอีก จะทำอย่างไรล่ะทีนี้? เรามี 5 วิธีง่ายๆเหตุด้วยยืดอายุการใช้งานแบบฉุกเฉินบนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์มาฝากครับ
1. ปิดสนธิสัญญาณอินเตอร์เน็ต
     ตัวการสำคัญที่ทำให้สมาร์ทโฟนในปัจจุบันกินแบตฯอย่างมหาศาล อันเนื่องมาจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเครือข่าย 3G ตลอดเวลานั่นเอง
     ซึ่งสมมตคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมด แล้วไม่อาจจักหาที่ชาร์จแบตได้ ก็ให้ปิดการเชื่อมต่อ Data ไปเสียเลย วิธีนี้จักช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพื่อให้มีเวลาสแตนบายเพิ่มขึ้นอีกมาก
     แต่สมมติคุณจำเป็นต้องใช้แอพพลิเคชั่นฝ่ายส่งข้อความอย่าง WeChat เหรอไลน์ ที่ใช้ปริมาณ Data ไม่มากแล้วล่ะก็ คุณเชี่ยวชาญเร่ำลือกใช้การเชื่อมต่อแบบ 2G แทน ซึ่งกินไฟน้อยกว่าแบบ 3G มาก
2. ปรับความสว่างหน้าจอลง
     ความสว่างของหน้าจอเป็นอีกหนึ่งตัวการกินแบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟน ยิ่งหน้าจอโทรศัพท์ใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ การกินไฟก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น
     สมมติว่าตกอยู่ในกรณีฉุกเฉิน คุณทำได้ปรับความสว่างหน้าจอให้น้อยที่สุด เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้มากที่สุด แต่วิธีก็จักทำให้มองหน้าจอได้ลำบากขึ้นด้วยโดยเฉพาะเวลาอยู่ในที่กลางแจ้ง
3. ปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi พร้อมด้วย Bluetooth
     หลายคนมักเปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi ใช่ไหม Bluetooth ทิ้งเอาไว้ เพื่อความสะดวกเวลาเข้าไปยังสถานที่ที่เชื่อมต่ออยู่เป็นประจำ เช่น ในบ้าน, ที่ทำงาน หรือ บนรถ เป็นต้น
     แต่สมมุติอยู่ในสถานที่ที่ไม่เคยเชื่อมต่ออนุสัญญาณไวไฟ โทรศัพท์ก็จักพยายามสแกนเพื่อหาหนังสือสัญญาณอยู่ตลอดเวลา เป็นตัวการของการสูบแบตฯเพราะไม่รู้ตัว ทางที่ดีถ้าต้องการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ก็ให้ปิดการเชื่อมต่อหนังสือสัญญาณ Wi-Fi ด้วยกัน Bluetooth ไปเลยจักดีที่สุด
4. Kill การทำงานทุกแอพพลิเคชั่น
     ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้น ทำเป็นเปิดแอพพลิเคชั่นหลายตัวไปพร้อมๆกันได้ เพราะที่แต่ละแอพฯยังคงทำงานแบบ Background อยู่
     ซึ่งอาจทำให้เปละบืองแบตเตอรี่เพราะว่าไม่จำเป็น ด้วยเหตุว่า CPU ยังคงทำงานเพื่อประมวลผลแอพฯเหล่านั้นเพราะว่าไม่จำเป็น ทางที่ดีคุณควร Kill แอพพลิเคชั่นเหล่านั้นทิ้งไปก่อน ใช่ไหมแม้ไม่แน่ใจก็อาจใช้คำสั่ง 'Force Stop' เพราะว่าเข้าไปที่ 'Settings' แล้วตามด้วย 'Apps' จากนั้นจึงเลือกระฉ่อนกหยุดการทำงานของแอพฯที่ต้องการได้เลย
5. ปิดฟังก์ชั่นที่ต้องใช้เซ็นเซอร์ตลอดเวลา
     สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์บางรุ่น อาจมีฟังก์ชั่นสัมผัสหน้าจอเพื่อเปิดเครื่อง หรือไม่ ฟังก์ชั่นพันธุ์ลากมือข้ามหน้าจอเพื่อเปิดดูนาฬิกาเป็นต้น
     ซึ่งฟังก์ชั่นเหล่านี้จะทำให้เซ็นเซอร์มีการทำงานตลอดเวลาแม้ในขณะปิดเครื่อง ส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ขณะนั้น ทางที่ดีควรปิดฟังก์ชั่นเหล่านี้ไปก่อนถ้าหากมีความจำเป็นต้องยืดอายุแบตเตอรี่ในยามฉุกเฉิน
     เท่าเท่านี้ คุณก็จักมีเวลาสแตนบายเพิ่มขึ้น ให้กับสายโทรศัพท์สำคัญๆที่คุณกำลังรออยู่ในเวลาฉุกเฉินได้แล้วล่ะครับ

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Google Drive รองการคลิกขวาที่ไฟล์เพื่อให้เปิดใช้งานได้ด้วยโปรแกรมในเครื่องได้ประณีตแล้ว



Google Drive เพิ่มส่วนขยายใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้เชี่ยวชาญเลือเลื่องกเปิดไฟล์ที่เก็บไว้บนกลุ่มเมฆด้วยโปรแกรมที่ติดตั้งเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ของตนเองได้แล้ว
แต่เดิมนั้นการเปิดไฟล์งานบน Google Drive สร้างผ่านเว็บบนเบราว์เซอร์จักจำกัดพ่างเปิดใช้งานด้วยโปรแกรมที่รันบนเบราว์เซอร์ได้เท่านั้น (ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปิดได้แค่กลุ่มไฟล์เอกสารสำนักงานเท่านั้น) สมมุติต้องการเปิดไฟล์ดังกล่าวด้วยโปรแกรมที่ติดตั้งไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์จาก Google Drive ลงมาที่เครื่องของตนเองก่อน ทว่าตอนนี้ Google Drive ได้ลดขั้นตอนจตรงนั้นลงเพราะว่าปรับเปลี่ยนให้ผู้ใช้คลิกขวาที่ไฟล์งานซึ่งจะมีเมนู Open With ปรากฏขึ้นมา แล้วให้เราเฟุ้งเฟื่องกโปรแกรมที่จักใช้เพื่อเปิดไฟล์ดังกล่าวได้จากแถบเมนูนั้นเลย
Google สั่งว่าผู้ใช้จักอาจใช้งานฟังก์ชันนี้ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ใช้จำเป็นต้องติดตั้งแอพของ Google Drive เนื่องด้วย Windows และ Mac รุ่นใหม่สุด (1.18) ด้วยกันได้ทำการซิงก์ไฟล์ที่จัดเก็บไว้กับข้อมูลในเครื่อง

ที่มา: http://thaizones-hitech.blogspot.com/2014/11/google-drive.html

ติดตามข่าวสารไอที โปรแกรมใหม่ๆ ไม่ใช่หรือดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ ได้ที่ : http://hitech.sanook.com/download